ความกล้าหาญทางจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงานในองค์กรสื่อสาธารณะ

ความกล้าหาญทางจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงานในองค์กรสื่อสาธารณะ

พอดีได้อ่านเอกสารถอดความจาก ธรรมะบรรยาย ของ พระไพศาล วิสาโล โดย นพ.ธิติวัฒน์ ประชาธำรงพิวัฒน์ จากเว็บ “วิชาการ ดอทคอม”  ทำให้อยากนำมาอ้างอิงเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ของไทยพีบีเอส อันเนื่องจากการร้องเรียนของพนักงาน อาจด้วยว่าผู้บริหารระดับสูงบางท่านขาดประสิทธิภาพในการบริหารงานท่ามกลางวิกฤติศรัทธา และไร้ความกล้าหาญทางจริยธรรมในการที่จะเป็นปากเสียงในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาต่าง ๆ หรือกล้าหาญที่จะชี้ผิดชอบชั่วดี  และน้อมรับฟังมูลเหตุของการร้องเรียนอย่างใส่ใจและตรึกตรอง

ธรรมบรรยาย ได้กล่าวถึง คำว่า ความกล้าหาญทางจริยธรรม หรือ Moral Courage คือ ความกล้าที่จะท้าทายอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ภายใต้ ความซื่อสัตย์ ความสุจริต การรักษาความดี หรือมีเมตตาธรรม

ผู้บริหารระดับสูงที่ไร้ความกล้าหาญที่จะออกมาต่อต้านความไม่ถูกต้อง และแสดงความมีจริยธรรมที่จะทำให้ความดีงามงอกเงย และการปฏิบัติในทางชอบธรรม ทางที่ได้รับการยอมรับ … เมื่อผู้บริหารระดับสูงต่างขาดความกล้าที่จะน้อมรับข้อผิดพลาด ซ้ำยังมีลักษณะการปกป้องพฤติกรรมไม่ชอบ ท้ายสุดก็ต้องพบกับความเสื่อม เสื่อมในศรัทธาที่พนักงานเคยมีให้ต่อท่าน เสื่อมในความสามารถที่ลูกน้องพร้อมยอมรับ

ผู้บริหารระดับสูงที่ขาดความกล้าที่จะทวนกระแสของพวกพ้องซึ่งมีพฤติกรรมไม่ชอบ  แถมปล่อยปละละเลยโดยมองว่าผู้เรียกร้องคือตัวปัญหาและชอบก่อปัญหา  ไม่เคยหันมองรอบด้านว่าหากพวกเขาอยู่สบายใครเขาจะเสียเวลามาร้องขอหาความเป็นธรรม   ซ้ำคงปล่อยให้ความไม่ชอบมาพากลคงดำเนินไปจนดูเสมือนการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มิได้รักษาประโยชน์ขององค์กรสมดั่งพันธกิจที่ลั่นไว้ตรงเสาหน้าของบ้าน

ผู้บริหาร … ที่อวดอ้างอุตริความเป็นผู้รู้ “ธรรม” แต่ทั้งทางจิตและกายกลับไร้จริยธรรมและความมีอารยธรรมในการปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชา จนอคติทับถมในใจ พอรุ่มร้อนเพราะพิษไฟในอกก็ครอบงำพรรคพวกชวนกันมาเลือกปฏิบัติ ภาษชาวบ้านเขาเรียกว่ากลั่นแกล้งผู้น้อย สรุปวันๆแทนที่จะเอาปัญญาไปแก้ปัญหาการบริหารจัดการให้องค์กรพัฒนาขึ้น กลับมัวเสียเวลาทั้งวันในการจะคอยคิดจ้องเล่นงานหรือหาเหตุทางวินัยให้ผู้ที่ตนมีอคติด้วย เสียดายเงินแสนที่ท่านรับ

เมื่อท่านแสดงออกซึ่งความไร้จริยธรรม ท่านก็ไม่ควรจะอวดอ้างความเป็นผู้ปฏิบัติ “ธรรม” เหนือผู้อื่นให้ใครๆได้ขบขันและสงสารในตัวท่าน

พนักงานทั้งหลาย … ที่อยู่ทำงานด้วยความอดทนต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร ก็ขาดความกล้าหาญทางจริยธรรมในการออกมาต่อสู้ ต่อต้านกับความไม่ดีไม่งาม หรือเพราะถูกครอบงำ่จนกลายเป็นความเขลา   นับว่าเป็นความโชคดีที่ จิตสำนึกแห่งการแยกแยะสิ่งถูกผิดต่างได้พากันเติบโตในใจที่เหือดแห้งของเพื่อนๆพนักงานที่มองเห็นปัญหา  ฝ่าปัญหา และร่วมสะท้อนปัญหาในท้ายที่สุดด้วยอริยะและด้วยพลังของ moral courage ที่มีอยู่ภายใน

ในธรรมะบรรยาย ได้กล่าวถึงคนไทยตัวอย่างที่แสดงออกถึงความกล้าหาญทางจริยธรรม ออกมาต่อสู้เพื่อความถูกต้อง 2 ท่าน คือ คุณวนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ (กรณีกรรมกรฮาร่าและเขื่อนปากมูล) และ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ (กรณีเหตุการณ์ 6 ตุลาคม) … น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีอย่างยิ่งที่พวกเราควรศึกษาและนำมาปฏิบัติ รวมถึงจะได้ช่วยบอกต่อไปยังท่าน ผู้บริหารที่หมดวาระและกำลังจะหมดวาระ ให้ได้ศึกษาและปฏิบัติ ดีกว่ามามัวจัดอบรมแกนนำจริยธรรม  แต่ท่าน ๆ กลับอ่อนแอในจริยธรรมอย่างน่าแปลกใจ  

ธรรมะบรรยาย ได้กล่าวถึงว่า ในทางพุทธศาสนา ความสำเร็จและความล้มเหลวเป็นของคู่กัน และเป็นส่วนหนึ่งของโลกธรรม 8 คือ ได้ลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์

เมื่อท่าน ๆ ทั้งหลายจากไปตามวาระ ท่านจะเข้าใจในโลกธรรมทั้ง 8  ท่านทั้งหลายมักกล่าวอ้างว่าต่อสู้กับความ

อยุติธรรม ยกย่องตนว่าเป็นบัวเหนือน้ำ แต่กลับซ้ำเติมผู้เรียกร้องความเป็นธรรมว่าเป็นบัวใต้น้ำ  บารมีที่ท่านสร้างสมกันมาอาจต้องเสื่อมถอยตามสัจจะธรรมเพียงเพราะคำพูดหรือการกระทำเพียงข้ามวัน  แต่หากการจากนั้นเกิดและดับไปด้วยคำสรรเสริญก็คงย่อมเป็นสิ่งน่ายินดีและเป็นสง่ากว่า อย่ายึดติดจนเกิดอคติทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ทุกอย่างมีเหตุปัจจัย มีเหตุที่ต้องได้มาและจากไป และควรเลือกจากไปอย่างที่ใครๆอยากเก็บท่านไว้ในความทรงจำ  อย่าให้ใครมาเอ่ยปากไล่เรา ลองศึกษาสปิริตของชาวญี่ปุ่น หรือแม้แต่ผู้นำเกาหลี  เพียงแค่ถูกร้องเรียนจากพนักงานเพียงไม่กี่คน เขาก็ตัดสินใจลาออกแสดงความรับผิดชอบต่อข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น  อย่าไปยึดติดกับตำแหน่งเลย  หลายท่านก็ชอบเอ่ยให้พนักงานฟังว่าที่บ้านรวยมาก ทำงานที่นี่มันแสนเหนื่อยใจ ไปนอนพักอยูบ้านดีกว่านะครับท่าน!