มีหัวหน้าที่แย่ ทำให้ลูกน้องแย่ องค์กรก็แย่ไปด้วย

กันยายน 26, 2012 โดย prakal  ขอบคุณวิสัยทัศน์ HR จาก prakal.wordpress.com

หัวหน้างานหลายคนอาจจะไม่เคยสังเกตว่า ตนเองมีส่วนที่ทำให้ลูกน้องอยากทำงาน หรือไม่อยากทำงาน มีส่วนทำให้ลูกน้องเกิดความเครียดในการทำงานได้ อีกทั้งยังมีผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของพนักงานอีกด้วย ท่านที่เป็นหัวหน้างานอาจจะสงสัยว่า นี่เวอร์เกินไปหรือเปล่า คำตอบก็คือ ไม่เลยครับ ในชีวิตจริงนั้น มีพนักงานที่ต้องเครียด และเกิดปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิต ในการที่จะต้องทำงานกับหัวหน้างานแย่ๆ ถึง 60% นับว่ามากมายเลยทีเดียว

แล้วหัวหน้างานแบบไหนบ้างที่ทำให้ลูกน้องแย่ลงๆ ไปเรื่อยๆ

  • หัวหน้าแบบโหดเลว แต่ไม่ดี หัวหน้าแบบนี้มีแต่คำด่า คำขู่ คำพูดที่หยาบคาย หรือถ้าไม่หยาบก็เป็นคำพูดที่เชือดเฉือนหัวใจลูกน้องอย่างมาก เรียกได้ว่าประชดประชันเสียดสีได้อย่างเต็มที่ และยิ่งทำให้ลูกน้องรู้สึกแย่ลงมากเท่าไหร่ หัวหน้าแบบนี้จะยิ่งรู้สึกดีขึ้นมากเท่านั้น
  • หัวหน้าที่คุมงานทุกฝีก้าว หัวหน้าแบบนี้ถ้าเป็นได้ คงจะอยากติดกล้องวงจรปิดไว้ที่โต๊ะพนักงานแต่ละคนเลยเพื่อที่จะดูว่า พนักงานแต่ละคนนั้นทำงานกันอย่างไร และใครไม่ทำงานบ้าง ใครอู้งานบ้าง รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ไล่จี้พนักงานในการทำงานอยู่ตลอดเวลา บางคนตามงานทุกๆ 5 นาที ก็มี ถ้าพนักงานยังไม่ทำงานชิ้นที่หัวหน้ามอบหมายให้ หัวหน้าคนนี้ก็จะกลายเป็นหัวหน้าแบบแรกก็คือ ใช้คำพูดที่ไม่ดีเข้าใส่
  • หัวหน้าที่รับชอบอย่างเดียว หัวหน้างานแบบนี้จะเป็นคนที่เอาเปรียบลูกน้องทุกอย่าง เวลาที่มีผลงานที่ดีออกมา ก็เอาหน้าไว้ก่อน แต่ถ้าผลงานออกมาไม่ดี ก็โบ้ยต่อให้กับลูกน้องของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าลูกน้องจะรู้สึกอย่างไร เรียกกว่าเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่นนั่นเองครับ
  • หัวหน้าแบบวัยทอง หัวหน้างานแบบนี้จริงๆ วัยอาจจะยังไม่ถึงขนาดที่เรียกว่าวัยทองก็ได้ครับ แต่มีพฤติกรรมเหมือนคนที่อยู่ในวัยทอง ก็คือ มักจะคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ เปลี่ยนแปลงอารมณ์ของตนเองได้ในทุกวินาที เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ผีเข้าผีออก พนักงานที่ทำงานด้วยก็จะเกิดความสับสน ไม่รู้ว่าจะวางตัวอย่างไรดี

ยังมีหัวหน้างานอีกหลายแบบนะครับ แต่ 4 แบบข้างต้นนั้นเป็นหัวหน้างานที่มักจะทำให้ลูกน้องแย่ลงไปเรื่อยๆ ทั้งในด้านสุขภาพการและสุขภาพจิต ถ้าท่านเป็นลูกน้องแล้วพบเจอกับหัวหน้าแบบนี้ ผมเชื่อว่าคงเครียดน่าดู พอเครียดแล้วงานก็จะออกมาไม่ดี กำลังใจก็หดหาย ผลงานในระยะยาวก็ถดถอย พอผลงานถดถอยมากเข้า หัวหน้าก็จะยิ่งรู้สึกกับเราแย่ลงมากขึ้นเรื่อยๆ

ผมเคยเข้าร่วมประชุมกับทีมหัวหน้างาน ซึ่งหัวหน้าก็ดุด่าพนักงานกลางที่ประชุมเลยก็มี ไม่ด่าเปล่า ยังประจานและทำเสียงดังกลางที่ประชุม ซึ่งพนักงานเองก็รู้สึกเสียหน้า และรู้สึกเครียดมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งพนักงานทนไม่ไหว ร้องไห้ไม่หยุด และหมดสติกลางที่ประชุมเลย จนต้องอุ้มและนำส่งโรงพยาบาล หมอก็วินิจฉัยว่าเครียดมากเกินไป เชื่อมั้ยครับว่าหัวหน้างานคนนั้นไม่เคยคิดที่จะไปเยี่ยมลูกน้องเลย แถมยังทำหน้าตาแบบสะใจอีก วันต่อมาลูกน้องคนนั้นก็ยื่นใบลาออกทันที หัวหน้าก็อึ้งไปเพราะเป็นลูกน้องที่ทำงานได้ดีกว่าคนอื่นในทีม สุดท้ายงานทุกอย่างก็ต้องย้อนกลับมาตกที่หัวหน้า ต้องทำเองทั้งหมด

มีงานวิจัยอยู่ชิ้นหนึ่งที่เขาทำไว้ว่า ถ้าพนักงานต้องพบเจอกับหัวหน้างานที่แย่ๆ แบบที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จะเกิดผลกระทบอะไรบ้างตามมา

  • เกิดความเครียด ซึ่งความเครียดนี้ก็ส่งผลให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพร่างกายตามมาอีกมากมาย เช่น เป็นโรคหัวใจ โรคเครียด เส้นเลือดในสมองแตก นอนไม่หลับ
  • เกิดปัญหากับครอบครัว พอพนักงานเกิดความเครียดในการทำงาน ก็จะทำให้ชีวิตตนเองเครียดไปด้วย ก็จะส่งต่อความเครียดนี้ไปสู่คนในครอบครัว ซึ่งก็จะเกิดปัญหาการทะเลาะวิวาท ปัญหาการหย่าร้าง และปัญหาครอบครัวอื่นๆ ตามมาอีกเป็นขบวน
  • เกิดปัญหาผลงานไม่ออก เพราะยิ่งมีปัญหาความเครียดทั้งกายและใจ ก็จะเกิดความรู้สึกไม่อยากทำงาน ไม่รักงานที่ทำ รวมทั้งไม่รักหัวหน้างานของตนเอง และยิ่งต้องเจอกันทุกวันด้วยแล้วยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ผลสุดท้ายพนักงานคนนั้นก็จะมีผลงานที่แย่ลงเรื่อยๆ ซึ่งก็จะส่งผลต่อผลงานของตัวหัวหน้าเอง และผลงานขององค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผมคิดว่าหัวหน้างานทุกคนมีจุดดีของตนเอง และรู้ว่าสิ่งที่ไม่ดี ไม่ควร นั้นเป็นอย่างไร แต่ทำไมถึงไม่ทำ หรือบริหารพนักงานด้วยสิ่งที่ดีๆ คำตอบก็คือ พอถึงเวลาเข้าจริงๆ สติมันหลุดครับ ก็จะกลายเป็นปีศาจไปชั่วขณะ เหมือนแปลงร่างเป็นฮัค มนุษย์ตัวเขียว พอหายโกรธก็กลับมาเหมือนเดิม แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไปในขณะที่โกรธนั้นมันไม่สามารถกลับมาได้เหมือนเดิมแล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยร้าวที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง ก็ยากที่จะประสานให้สนิทได้ ถ้ายังคงทำพฤติกรรมแบบนี้ต่อไป